ออมสุข ออมเงิน

หากวันนี้ ใครยังไม่มีความสุข ยังไม่พบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ แต่มั่นใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเราสามารถทำได้ ก็จงเชื่อมั่น อย่ายอมแพ้ แม้ต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างก็ต้องอดทนมุ่งมั่นต่อไป แต่อย่าเปลี่ยนอย่างผู้แพ้ ทั้งนี้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของเรา นั่นเอง

🔸 ว่าด้วยการออมสุข

นิยามความสุขของหลายคนอาจแตกต่างกัน บางคนมีความสุขจากสมถะความพอเพียง บางคนมีสุขจากการใช้เงิน อย่างไรก็ตาม ทุกความสุขมีที่มาจากความสำเร็จในหน้าที่การงานของตนทั้งสิ้น ความสุขที่แท้และยั่งยืนของคนวัยทำงาน ควรเป็นความสุข ที่อ้างอิงจากเป้าประสงค์ของงานที่ทำเป็นสำคัญ

ดังนั้น ปัจจัยสำคัญของการออมความสุข คือ การหมั่นถามตัวเองให้ได้คำตอบชัดเจนว่า ความสุขของเรา อยู่ที่เป้าประสงค์ของงานหรือไม่ และเราศรัทธา และจริงใจกับงานของเราเพียงใด เมื่อความสุขมีงานเป็นตัวตั้งแล้ว ย่อมเกิดผลงานที่ดี ที่พร้อมส่งมอบแก่ผู้เกี่ยวข้อง และสะสมเป็นคุณค่าแก่ตนเอง และคนรอบตัวอย่างยั่งยืนได้

🔸 ว่าด้วยการออมเงิน

คนที่ออมเงินเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน คือ บุคคล 2 เก่ง ได้แก่

(1) เก่งออมสุขจากงาน และ
(2) เก่งเก็บออมเงินรายได้เพื่ออนาคต และชีวิตหลังเกษียณ แนวทางการเก่งออมเงิน อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป ได้แก่

ควบคุมการออมด้วยกลไกภายนอก คือการสร้างเงื่อนไขให้ดักเงินออกไปออมแบบอัตโนมัติ เป็นการ ‘หักดิบ’ ที่จะเกิดผลดีในระยะยาว เช่น ให้ตัดเงินเดือนอัตโนมัติเพื่อเข้าหุ้นสหกรณ์ หักจ่ายค่าประกันรายเดือน เป็นต้น เพราะปุถุชนมักมีเรื่องต้องนำเงินไปใช้จ่ายทางอื่น ตามกิเลส-ตัญหา-ราคะตนเป็นธรรมดา ทำให้ไม่ได้ออมหรือออมได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ควบคุมการออมด้วยกลไกภายใน คือ การออมด้วยใจด้วยวินัยในใจตน ทำใจให้เกิดความสุขจากความพอเพียง ไม่ใช่จากการใช้จ่ายด้วยเงิน ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน

หมายเหตุ

กิเลส : ความโลภ โกรธ หลง

ตัญหา : ความทะยานอยาก | ราคะ : ความติดใจในอารมณ์ที่ปรารถนา

🔸 บทความที่เกี่ยวข้อง : คุณค่าคนเกษียณ